หน้าแรก / บริการของเรา / ศัลยกรรมหน้าอก เสริมหน้าอก ผ่าตัดเพิ่ม-ลดขนาดอก

เสริมหน้าอก (Breast Augmentation)

การผ่าตัดเสริมหน้าอกมีชื่อทางการแพทย์ว่า "Mammoplasty" เป็นกระบวนการผ่าตัดเพิ่มขนาดหน้าอก หรือแก้ไขรูปร่างของหน้าอกให้เป็นไปตามความต้องการของคนไข้ไม่ว่าจะเลือกเสริมหน้าอกที่ไหนดีก็ตาม โดยกระบวนการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความมั่นใจสำหรับผู้ที่มีหน้าอกเล็กเกินไป ทำให้ขนาดของหน้าอกกลับมาสมบูรณ์ดังเดิมก่อนการมีบุตร เนื่องจากบางท่านหน้าอกอาจเล็กลงหลังจากการมีบุตรได้ นอกจากนี้ยังแก้ไขรูปร่างหน้าอกที่ผิดปกติ เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดมะเร็ง หรือเนื้องอกเต้านม หน้าอกไม่ได้รูปให้สวยงามขึ้น รวมไปถึงเพื่อแก้ไขหรือเสริมหน้าอกที่หย่อนคล้อย และหน้าอกที่สูญเสียความเต่งตึงให้กลับมาเต่งตึงดังเดิม ผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะรับการผ่าตัดเสริมหน้าอกคือผู้ที่กำลังต้องการปรับปรุงทรวงอกของตนให้ดูดีขึ้น อย่างไรก็ตามการผ่าตัดเสริมหน้าอกนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือมีโรคประจำตัว ทั้งนี้ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าการเสริมหน้าอกเทียมด้วยถุงซิลิโคนจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านม นอกจากนี้ คุณควรจะทราบว่าการตั้งครรภ์จะทำให้ขนาดของหน้าอกเปลี่ยนแปลงไปได้ และอาจจะส่งผลต่อรูปร่างหน้าอกที่เสริมได้บ้าง แต่ไม่มีรายงานใดกล่าวว่า การเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคนมีผลต่อการตั้งครรภ์ คุณจึงสามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

  1. โปรดแจ้งประวัติการแพ้ยา หรือตัวยาและอาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  2. หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบ โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลและแจ้งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วย และห้ามงดยาควบคุมความดัน ยาควบคุมเบาหวาน รวมถึงยาเพื่อการรักษาโรคประจำตัวเดิม
  3. รับการตรวจสภาพร่างกาย ตรวจเต้านมหาความผิดปกติก่อนผ่าตัดเสริมหน้าอก
  4. งดแอสไพริน (aspirin), ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) และวิตามินอี ประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัดทำหน้าอก ไม่ว่าที่ไหนดีก็ตาม
  5. งดสูบบุหรี่ก่อน-หลังผ่าตัดเสริมหน้าอก 2 อาทิตย์
  6. เตรียมเสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมหน้า เพื่อง่ายต่อการสวมใส่หลังเสริมหน้าอก

การผ่าตัดเสริมหน้าอก และชนิดของยาระงับความรู้สึก

การผ่าตัดเสริมหน้าอกใช้การวางยาสลบเพื่อให้หลับตลอดกระบวนการผ่าตัด สำหรับกระบวนการใส่ถุงเต้านมเทียมเพื่อเสริมหน้าอกนั้นอาจใส่ไว้ใต้กล้ามเนื้อหน้าอกหรืออยู่บนกล้ามเนื้อหน้าอกก็ได้ โดยมีบาดแผลการผ่าตัดขนาดน้อยกว่า 2 นิ้ว ถูกกำหนดวางไว้ที่รอยย่นใต้รักแร้ รอบปานนมหรือฐานเต้านมก็ได้ เมื่อผ่าตัดผ่านผิวหนังไปแล้ว แพทย์จะสร้างช่องใต้เต้านมหรือใต้กล้ามเนื้อหน้าอกเพื่อที่จะใส่ถุงเต้านมเทียมเข้าไป โดยปกติการผ่าตัดเสริมหน้าอกจะใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง

ภาวะแทรกซ้อน หรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด

  1. ไม่มีปัญหาใหญ่ ใดๆ มากนักในการผ่าตัดเสริมหน้าอก แต่การผ่าตัดทุกชนิดย่อมมีอัตราเสี่ยงเสมอ เช่นเดียวกันการผ่าตัดเสริมหน้าอกอาจจะเกิดเลือดคั่งรอบๆ เต้านมเทียม ซึ่งอาจจะต้องผ่าหรือดูดออก เมื่อเกิดการติดเชื้อ ตำแหน่งที่ผิดของเต้านมเทียมเกิดขึ้นได้ สิ่งสำคัญคือ การเกิดพังผืดรัด (Capsular Contracture) รอบๆ ถุงซิลิโคน อาจทำให้คุณเจ็บหรือเต้านมผิดรูปร่างได้ คุณจะได้รับการแนะนำอย่างเข้มงวดในการนวดอย่างสม่ำเสมอเพื่อการป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว
  2. มีอาการชาบริเวณที่หน้าอกและหัวนมได้ ซึ่งจะหายไปได้เอง

การดูแลหลังการผ่าตัด และการพักฟื้น

  1. เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้นและป้องกันการแข็งตัวเป็นแคปซูล หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก แพทย์จะใส่สายระบายน้ำและเลือดที่คั่งอยู่ภายในออกมาจากบริเวณหน้าอก ซึ่งจะพิจารณาให้เอาออกได้ประมาณ 3 วันหลังการผ่าตัด
  2. งดทำงานหนัก หรือออกกำลังกายหนักในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังจากการผ่าตัดเสริมหน้าอกไม่ว่าที่ไหนดีก็ตาม
  3. ต้องสวมผ้ายืดรัดหน้าอกไว้จนกระทั่งแพทย์พิจารณาให้เอาออกได้
  4. คุณอาจรู้สึกตึงแน่น และปวดเมื่อยบริเวณหน้าอกเป็นเวลาสองสามวันหลังได้รับการผ่าตัดเสริมหน้าอก
  5. ประมาณหนึ่งสัปดาห์จึงตัดไหมผ่าตัด แต่ร่องรอยจากการผ่าตัดจะหายไปในเวลาสามถึงห้าสัปดาห์

ลดขนาดหน้าอกหญิง (Female Breast Reduction)

การที่มีหน้าอกใหญ่เกินไปอาจทำให้เกิดอาการปวดเต้านม ปวดไหล่ที่สายชุดชั้นในดึงรั้งนานๆ มีรอยแดงบริเวณที่เต้านม และเกิดจุดอับชื้นที่ฐานราวนม หรือเกิดอาการปวดหลังเพราะหน้าอกหนักเกิน ปัญหาที่พบคือขนาดเต้านมมีขนาดใหญ่โดยเป็นเนื้อต่อมเต้านมล้วน ๆ มีลักษณะตั้งเต้าได้รูปทรงผิวหนังไม่หย่อนยานมาก มักเป็นในกลุ่มวัยรุ่น แต่ในผู้ที่อายุมากหรือผ่านการมีบุตรมาหลายคน เนื้อเต้านมเหลวจะหย่อนยานและไม่เต่งตึง ทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นและคล้อยลงมากกว่าปกติ ซึ่งวิธีการแก้ไขให้ขนาดเต้านมเล็กลงทำได้โดยการผ่าตัด ทั้งนี้ไม่ควรลดหรือยกเต้านมจนกว่าจะคลอดลูกคนสุดท้ายเสียก่อน เพราะเวลาตั้งครรภ์เต้านมจะเปลี่ยนรูปไปได้

ลดขนาดทรวงอกชาย (Male Breast Reduction)

การลดขนาดหน้าอกชาย ปัจจุบันปัญหาหน้าอกโตผิดปกติในผู้ชาย (Gynecomastia) สามารถพบได้ถึงร้อยละ 40-60 ของประชากรชาย สาเหตุยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนออกมาอาจเกิดจากโรคเรื้อรังหรือโรคทางต่อมไร้ท่อ ควรปรึกษาอายุรแพทย์ก่อน หรือในคนที่ดื่มเหล้าเป็นประจำควรหยุดดื่มเหล้าก่อน ในคนที่อ้วนมากควรลดน้ำหนักก่อน การแก้ไขเพื่อลดขนาดหน้าอกชายทำได้โดยการผ่าตัด เนื่องจากก้อนที่เต้านมในเพศชายมีขนาดได้ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ และบางครั้งอาจมีการหย่อนยานของผิวหนังเช่นเดียวกับเต้านมหย่อนยานของผู้หญิง รวมไปถึงความยืดหยุ่นของผิวหนังบริเวณเต้านมด้วย ดังนั้นเทคนิคการผ่าตัดอาจมีความแตกต่างกันได้หลายแบบ ตามสถานที่ทำนมไม่ว่าที่ไหนดีก็ตาม

ยกกระชับหน้าอก (Breast Lift)

การผ่าตัดยกกระชับหน้าอกเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยหลังจากการลดน้ำหนัก หรือหลังการตั้งครรภ์ที่เต้านมขยายใหญ่และหดลง แต่ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้รู้สึกว่าเต้านมแกว่ง ขาดความกระชับ รวมไปถึงการมีตำแหน่งของปานนมและหัวนมต่ำลงไป หรือหัวนมชี้ลงข้างล่างมาก ก็ควรได้รับการผ่าตัดเช่นนี้ โดยการยกกระชับหน้าอกนี้ไม่มีผลต่อการให้นมบุตร แต่ควรเลื่อนการผ่าตัดออกไปหากวางแผนจะมีบุตรเพิ่ม ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาการเสริมหน้าอกโดยใส่ถุงเต้านมเทียมเข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มปริมาตรเต้านมทำให้ได้รูปทรงสวยงามดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

การผ่าตัด และชนิดของยาระงับความรู้สึก

ลักษณะของแผลจะเป็นรูป "ตัว T หัวกลับ (Inverted T Incision)" โดยแผลผ่าตัดอยู่รอบปานนม เพื่อตกแต่งผิวหนังที่หุ้มเต้านมให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมกับตำแหน่งเต้านมใหม่ และตำแหน่งของหัวนมจะถูกจัดใหม่ให้สูงขึ้น จากนั้นจึงดึงผิวหนังเข้าหากันเพื่อเย็บปิดบาดแผล ด้วยวิธีการนี้จะทำให้เต้านมถูกยกกระชับขึ้น ดังนั้นแผลตามแนวนอนจะซ่อนอยู่ใต้ราวนมบริเวณรอยพับ ทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน ส่วนใหญ่รอยแผลในแนวดิ่งและรอบปานนมจะหายโดยปราศจากแผลเป็นนูน การผ่าตัดยกกระชับทรวงอกเป็นการทำภายใต้การดมยาสลบ โดยระยะเวลาการผ่าตัดประมาณ 1-3 ชั่วโมง

การดูแลหลังการผ่าตัด และการพักฟื้น

  1. งดทำงานหนัก หรือออกกำลังกายหนักในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังจากการผ่าตัดทำหน้าอกไม่ว่าที่ไหนดีก็ตาม
  2. ต้องสวมผ้ายืดรัดหน้าอก เพื่อประคองแผลผ่าตัดไว้ จนกระทั่งแพทย์พิจารณาให้เอาออกได้
  3. คุณอาจรู้สึกตึงแน่น และปวดเมื่อยบริเวณหน้าอกเป็นเวลาสองสามวันหลังได้รับการผ่าตัด
  4. แพทย์จะนัดมาถอดไหมออกและตรวจเต้านม อีกประมาณ 1 อาทิตย์ แต่ร่องรอยจากการผ่าตัดจะหายไปในเวลาสามถึงห้าสัปดาห์
  5. แผลผ่าตัดจะเห็นชัดในช่วงแรก เนื่องจากมีสีแดง และจางลงจนเหลือเป็นเพียงเส้นนูนสีขาวเมื่อเวลาผ่านไป และจะดีขึ้นตามลำดับภายใน 1 - 2 ปี
  6. หลังผ่าตัด เต้านมด้านซ้ายและขวาอาจมีความแตกต่างกันได้บ้าง
  7. หลังการผ่าตัดคุณอาจรู้สึกชาบริเวณหัวนม อาการชานี้จะหายไปในเวลาหนึ่งถึงหกสัปดาห์ ในบางคนอาจใช้เวลาหนึ่งปีหรือมากกว่าเพื่อให้ความรู้สึกที่หัวนมกลับมาสมบูรณ์ 100%

การลดขนาดปานนม

หน้าอกของคุณผู้หญิงเป็นเรื่องที่สำคัญมากเรื่องหนึ่ง เพราะเป็นอวัยวะที่เสริมบุคลิกรูปร่างให้ดูดีขึ้นมาได้ และยังเป็นสิ่งดึงดูดใจในเพศตรงข้ามอีกด้วย แต่หากว่าเกิดมีปานนมขนาดใหญ่ตามด้วย มันย่อมไม่สวยแน่ ๆ วิธีที่จะช่วยให้เต้านมของคุณผู้หญิงสวยสมบูรณ์แบบได้นั้นคงต้องพึ่งการผ่าตัด ในบางคนที่ปานนมมีขนาดใหญ่อาจต้องผ่าตัดลดขนาดปานนมไปพร้อมกับการเสริมหน้าอก หรือหากไม่แน่ใจในครั้งแรกอาจผ่าตัดเสริมหน้าอกไปก่อน แล้วหลังจากยุบบวมจึงมารับการผ่าตัดลดขนาดปานนมภายหลัง

ปานนม

คือส่วนผิวหนังสีเข้มที่อยู่รอบหัวนม เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เต้านมมีความสวยงาม ผู้หญิงบางคนมีปัญหาเรื่องปานนมที่มีขนาดใหญ่มากหรือบางครั้งมีความนูนมาก ทำให้ถึงแม้เต้านมจะใหญ่ขึ้นหรือเสริมหน้าอกมาแต่ก็ยังดูไม่สวยงาม การลดขนาดปานนมเป็นการผ่าตัดที่ไม่ยุ่งยาก แต่การตกแต่งให้ปานนมสวยขึ้นก็ทำให้เต้านมทั้งหมดดูดีขึ้นมาก ปานนมที่มีขนาดใหญ่ผิดสัดส่วนอาจพบในคนที่มาผ่าตัดยกกระชับเต้านมหรือลดขนาดเต้านม เนื่องจากเมื่อนมถูกลดขนาดไปมากจึงทำให้สัดส่วนของปานนมดูใหญ่ขึ้น โดยทั่วไปในการผ่าตัดลดขนาดเต้านมมักทำการผ่าตัดลดขนาดปานนมไปด้วยอยู่แล้ว แต่บางครั้งอาจลดได้ไม่เพียงพอ ปานนมที่มีขนาดใหญ่อาจเป็นตั้งแต่กำเนิด หรือบางครั้งจะมีขนาดใหญ่ขึ้นหลังคลอดบุตร โดยทั่วไปปานนมที่มีขนาดใหญ่ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่มีผลในเรื่องความสวยงามเมื่อถอดเสื้อผ้าออก ทำให้คนไข้ขาดความมั่นใจในตัวเองและไม่เชื่อมั่นในรูปร่างและสัดส่วนของตัวเอง

ไม่ว่าจะทำหน้าอกที่ไหนดีก็ตาม หัวข้อเกี่ยวกับหัวนมบอดนั้นมักไม่ค่อยนำมาพูดถึงในวงสนทนาของพวกผู้หญิง หรือทางสื่อต่างๆ มากนัก ส่วนใหญ่ พวกเธอมักจะพูดกันแต่เรื่องการทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง และวิธีการทำอย่างไรทำให้หน้าอกเต่งตึงที่หยิบยกเอามาเป็นหัวข้อสนทนาบ่อยๆ แต่พบว่าผู้หญิงหลายๆ คนทีเดียวที่มีปัญหาเรื่องหัวนมบอด เห็นได้ชัดว่าหัวนมเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งของเต้านม ในฐานะที่เป็นจุดที่มองเห็นด่านหน้าของเต้านม ทั้งเป็นเครื่องมือดึงดูดเพศตรงข้าม และใช้สำหรับให้นมทารกสำหรับคุณแม่ สำหรับผู้หญิงแล้วการที่มีหัวนมบอดนั้นทำให้พวกเธอขาดความมั่นใจในสรีระของตนเอง คิดว่าตนเองมีความไม่ปกติบางประการ ยิ่งถ้าเอาตนเองไปเปรียบเทียบกับนางแบบโชว์สรีระที่ร้อยทั้งร้อยมีแต่ที่มีหัวนมชูชันแล้ว ผู้หญิงหัวนมบอดบางคนถึงกับไม่กล้าแต่งงาน หรือมีเพศสัมพันธ์กับชายหนุ่ม เพราะว่าอาย ผู้หญิงหัวนมบอดบางคนเลือกที่จะผ่าตัดเพื่อแก้ไขอาการหัวนมบอดที่ว่านี้ หัวนมบอดนั้นส่วนใหญ่จะเป็นกันมาแต่กำเนิดที่ผู้หญิงเกิดมาพร้อมกับลักษณะหัวนมแบบนั้น อย่างไรก็ตามผู้หญิงบางคนมามีหัวนมบอดในภายหลัง โดยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น จากการให้นมบุตรที่ไม่ถูกต้อง การมีแผลเป็นที่สร้างเนื้อเยื่อรั้งท่อน้ำนมทำให้ดึงหัวนมเข้าข้างใน อาการหัวนมบอดนั้นโดยปกติมีสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ การมีพื้นที่ฐานหัวนมน้อยเกินไป ท่อน้ำนมสั้นกว่าปกติรั้งหรือหดตัวเข้าไป รวมทั้งการมีผังพืดรอบๆ ทำให้เกิดการดึงรั้งในหัวนม

การผ่าตัดลดขนาดปานนม

ไม่แนะนำให้ทำพร้อมกับการเสริมหน้าอกเฉพาะคนที่มีปานนมใหญ่มากชัดเจน สำหรับคนที่ไม่แน่ใจ ควรรอดูผลหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก แล้วมารับการผ่าตัดที่คลินิก เพราะวิธีการผ่าตัดไม่ยุ่งยาก ทำโดยการฉีดยาชาและใช้เวลาไม่มากในการผ่าตัด (ประมาณ 1 ชั่วโมง) และสามารถทำงานได้ในวันรุ่งขึ้น การผ่าตัดไม่มีผลต่อความรู้สึกของหัวนมและความสามารถในการให้นมบุตร

จริงๆ แล้วการมี หัวนมบอด ไม่ใช่โรคร้ายหรือทำให้มีอันตรายใดๆ เพียงแต่จะทำให้คุณผู้หญิงรู้สึกเป็นกังวลหรือขาดความมั่นใจไปบ้าง และสำหรับคุณผู้หญิงที่เป็นคุณแม่ก็จะประสบความยากลำบากในการให้นมบุตร ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษช่วยต่างๆ นานา บางคนถึงกับถอดใจให้ลูกกินนมกระป๋องอย่างเดียว ซึ่งจะเป็นการตัดโอกาสลูกของคุณให้ได้ดื่มนมแม่ที่มีประโยชน์ที่สุด สร้างภูมิต้านทานให้ทารก และเสริมสร้างความใกล้ชิดระหว่างแม่กับลูก จริงๆ แล้วอาการหัวนมบอดสามารถแก้ไขได้ ปัจจุบันมีวิธีการแก้ไขหัวนมบอดมีทางเลือก 2 วิธี หลักๆ คือ

  1. การแก้ไขโดยการผ่าตัด ต้องกระทำโดยแพทย์ศัลยกรรมทำหน้าอกไม่ว่าที่ไหนดีก็ตาม โดยแพทย์จะทำการผ่าบริเวณรอบๆ หัวนม แล้วไปตัดท่อน้ำนมเส้นที่สั้น จากนั้นเลาะผังพืดลงออก แล้วสุดท้ายคือเย็บขึงให้หัวนมตั้ง ทั้งนี้การผ่าตัดอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบตามมา หากแพทย์ที่ทำการผ่าตัดไม่มี ความสามารถดีพอ หัวนมอาจจะเห็นเป็นรอยเย็บหรือรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดคีรอยด์ หรือที่ร้ายแรงที่สุด การผ่าตัดที่มีการผ่าท่อน้ำนมอาจจะทำให้ท่อน้ำนมปิดปกติ ไม่สามารถให้นมบุตรได้อย่างถาวร
  2. การแก้ไขโดยไม่ต้องผ่าตัด สำหรับรายที่อาการหัวนมบอดไม่รุนแรงมากนัก ระดับ 1 หรือ 2 การแก้ไขสามารถทำได้ด้วยตนเองโดยการดึงหัวนมแบบที่เรียกว่า Hoffman’s โดยวางด้านข้างของนิ้วโป้งและนิ้วชี้ข้างๆ หัวนม แล้วพยายามดึงแยกออกจากกัน ทำอย่างนี้ซ้ำๆ กัน วันละสองครั้งเช้าเย็นหลังอาบน้ำ ให้ทำทุกวันติดต่อกัน คุณผู้หญิงต้องมุ่งมั่นและอดทนเพราะวิธีนี้จะใช้เวลานานซักนิดนึง บางรายอาจจะใช้เวลานานเป็นปี ๆ กว่าจะเห็นผล แต่ก็ช่วยให้มีหัวนมยื่นออกมาอย่างถาวร

การแก้ไขหัวนมบอด

ไม่ว่าจะทำหน้าอกที่ไหนดีก็ตาม หัวข้อเกี่ยวกับหัวนมบอดนั้นมักไม่ค่อยนำมาพูดถึงในวงสนทนาของพวกผู้หญิง หรือทางสื่อต่างๆ มากนัก ส่วนใหญ่ พวกเธอมักจะพูดกันแต่เรื่องการทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง และวิธีการทำอย่างไรทำให้หน้าอกเต่งตึงที่หยิบยกเอามาเป็นหัวข้อสนทนาบ่อยๆ แต่พบว่าผู้หญิงหลายๆ คนทีเดียวที่มีปัญหาเรื่องหัวนมบอด เห็นได้ชัดว่าหัวนมเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งของเต้านม ในฐานะที่เป็นจุดที่มองเห็นด่านหน้าของเต้านม ทั้งเป็นเครื่องมือดึงดูดเพศตรงข้าม และใช้สำหรับให้นมทารกสำหรับคุณแม่ สำหรับผู้หญิงแล้วการที่มีหัวนมบอดนั้นทำให้พวกเธอขาดความมั่นใจในสรีระของตนเอง คิดว่าตนเองมีความไม่ปกติบางประการ ยิ่งถ้าเอาตนเองไปเปรียบเทียบกับนางแบบโชว์สรีระที่ร้อยทั้งร้อยมีแต่ที่มีหัวนมชูชันแล้ว ผู้หญิงหัวนมบอดบางคนถึงกับไม่กล้าแต่งงาน หรือมีเพศสัมพันธ์กับชายหนุ่ม เพราะว่าอาย ผู้หญิงหัวนมบอดบางคนเลือกที่จะผ่าตัดเพื่อแก้ไขอาการหัวนมบอดที่ว่านี้ หัวนมบอดนั้นส่วนใหญ่จะเป็นกันมาแต่กำเนิดที่ผู้หญิงเกิดมาพร้อมกับลักษณะหัวนมแบบนั้น อย่างไรก็ตามผู้หญิงบางคนมามีหัวนมบอดในภายหลัง โดยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น จากการให้นมบุตรที่ไม่ถูกต้อง การมีแผลเป็นที่สร้างเนื้อเยื่อรั้งท่อน้ำนมทำให้ดึงหัวนมเข้าข้างใน อาการหัวนมบอดนั้นโดยปกติมีสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ การมีพื้นที่ฐานหัวนมน้อยเกินไป ท่อน้ำนมสั้นกว่าปกติรั้งหรือหดตัวเข้าไป รวมทั้งการมีผังพืดรอบๆ ทำให้เกิดการดึงรั้งในหัวนม

วิธีการแก้ไขหัวนมบอด

จริงๆ แล้วการมี หัวนมบอด ไม่ใช่โรคร้ายหรือทำให้มีอันตรายใดๆ เพียงแต่จะทำให้คุณผู้หญิงรู้สึกเป็นกังวลหรือขาดความมั่นใจไปบ้าง และสำหรับคุณผู้หญิงที่เป็นคุณแม่ก็จะประสบความยากลำบากในการให้นมบุตร ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษช่วยต่างๆ นานา บางคนถึงกับถอดใจให้ลูกกินนมกระป๋องอย่างเดียว ซึ่งจะเป็นการตัดโอกาสลูกของคุณให้ได้ดื่มนมแม่ที่มีประโยชน์ที่สุด สร้างภูมิต้านทานให้ทารก และเสริมสร้างความใกล้ชิดระหว่างแม่กับลูก จริงๆ แล้วอาการหัวนมบอดสามารถแก้ไขได้ ปัจจุบันมีวิธีการแก้ไขหัวนมบอดมีทางเลือก 2 วิธี หลักๆ คือ

  1. การแก้ไขโดยการผ่าตัด ต้องกระทำโดยแพทย์ศัลยกรรมทำหน้าอกไม่ว่าที่ไหนดีก็ตาม โดยแพทย์จะทำการผ่าบริเวณรอบๆ หัวนม แล้วไปตัดท่อน้ำนมเส้นที่สั้น จากนั้นเลาะผังพืดลงออก แล้วสุดท้ายคือเย็บขึงให้หัวนมตั้ง ทั้งนี้การผ่าตัดอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบตามมา หากแพทย์ที่ทำการผ่าตัดไม่มี ความสามารถดีพอ หัวนมอาจจะเห็นเป็นรอยเย็บหรือรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดคีรอยด์ หรือที่ร้ายแรงที่สุด การผ่าตัดที่มีการผ่าท่อน้ำนมอาจจะทำให้ท่อน้ำนมปิดปกติ ไม่สามารถให้นมบุตรได้อย่างถาวร
  2. การแก้ไขโดยไม่ต้องผ่าตัด สำหรับรายที่อาการหัวนมบอดไม่รุนแรงมากนัก ระดับ 1 หรือ 2 การแก้ไขสามารถทำได้ด้วยตนเองโดยการดึงหัวนมแบบที่เรียกว่า Hoffman’s โดยวางด้านข้างของนิ้วโป้งและนิ้วชี้ข้างๆ หัวนม แล้วพยายามดึงแยกออกจากกัน ทำอย่างนี้ซ้ำๆ กัน วันละสองครั้งเช้าเย็นหลังอาบน้ำ ให้ทำทุกวันติดต่อกัน คุณผู้หญิงต้องมุ่งมั่นและอดทนเพราะวิธีนี้จะใช้เวลานานซักนิดนึง บางรายอาจจะใช้เวลานานเป็นปี ๆ กว่าจะเห็นผล แต่ก็ช่วยให้มีหัวนมยื่นออกมาอย่างถาวร

Top
facebook