หน้าแรก > บริการของเรา > ศัลยกรรมหน้าอก เสริมหน้าอก ผ่าตัดเพิ่ม-ลดขนาดอก

เสริมหน้าอก (Breast augmentation)

การผ่าตัดเสริมหน้าอกมีชื่อทางการแพทย์ว่า "Mammoplasty" เป็นกระบวนการผ่าตัดเพิ่มขนาดหน้าอก หรือแก้ไขรูปร่างของหน้าอกให้เป็นไปตามความต้องการของคนไข้ โดยกระบวนการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เพิ่มความมั่นใจสำหรับผู้ที่มีหน้าอกเล็กเกินไป ทำให้ขนาดของหน้าอกกลับมาสมบูรณ์ดังเดิม หลังจากการมีบุตร เนื่องจากบางท่านหน้าอกอาจเล็กลงหลังจากการมีบุตรได้ นอกจากนี้ยังแก้ไขรูปร่างหน้าอกที่ผิดปกติ เช่นผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดมะเร็ง หรือเนื้องอกเต้านม หน้าอกไม่ได้รูปให้สวยงามขึ้น รวมไปถึงเพื่อแก้ไขหน้าอกที่หย่อนคล้อย และหน้าอกที่สูญเสียความเต่งตึงให้กลับมา เต่งตึงดังเดิมผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะรับการผ่าตัดเสริมหน้าอก คือผู้ที่กำลังต้องการปรับปรุงทรวงอกของตนให้ดูดีขึ้น อย่างไรก็ตามการผ่าตัดนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือมีโรคประจำตัว ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า การเสริมหน้าอกเทียมด้วยถุงซิลิโคน เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านมนอกจากนี้ คุณควรจะทราบว่า การตั้งครรภ์ จะทำให้ขนาดของหน้าอกเปลี่ยนแปลงไปได้ และอาจจะส่งผลต่อรูปร่างหน้าอกที่เสริมได้บ้าง แต่ไม่มีรายงานใดกล่าวว่า การเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน มีผลต่อการตั้งครรภ์ คุณสามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

  1. โปรดแจ้งประวัติการแพ้ยา ยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  2. หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบ โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลและแจ้งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดด้วย และห้ามงดยาควบคุมความดัน ยาควบคุมเบาหวาน รวมถึงยาเพื่อการรักษาโรคประจำตัวเดิม
  3. รับการตรวจสภาพร่างกาย ตรวจเต้านมหาความผิดปกติก่อนผ่าตัด
  4. งดแอสไพริน (aspirin), ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) และวิตามินอี ประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  5. งดสูบบุหรี่ก่อน-หลังผ่าตัด 2 อาทิตย์
  6. เตรียมเสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมหน้า เพื่อง่ายต่อการสวมใส่

การผ่าตัด และชนิดของยาระงับความรู้สึก

การผ่าตัดเสริมหน้าอก ใช้การวางยาสลบ เพื่อให้หลับตลอดกระบวนการผ่าตัด สำหรับกระบวนการใส่ถุงเต้านมเทียมเพื่อเสริมหน้าอกนั้น อาจใส่ไว้ใต้กล้ามเนื้อหน้าอก หรืออยู่บนกล้ามเนื้อหน้าอกก็ได้มีบาดแผลการผ่าตัดขนาดน้อยกว่า 2 นิ้ว ถูกกำหนดวางไว้ที่รอยย่นใต้รักแร้ รอบปานนมหรือฐานเต้านมก็ได้ เมื่อผ่าตัดผ่านผิวหนังไปแล้ว แพทย์จะสร้างช่องใต้เต้านมหรือใต้กล้ามเนื้อหน้าอกเพื่อที่จะใส่ถุงเต้านมเทียม เข้าไป โดยปกติการผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง

ภาวะแทรกซ้อน หรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด

  1. ไม่มีปัญหาใหญ่ ใดๆ มากนักในการผ่าตัดเสริมหน้าอก แต่การผ่าตัดทุกชนิดย่อมมีอัตราเสี่ยงเสมอ เช่นเดียวกันการผ่าตัดเสริมหน้าอกอาจจะเกิดเลือดคั่งรอบๆ เต้านมเทียม ซึ่งอาจจะต้องผ่าหรือดูดออก การติดเชื้อ ตำแหน่งที่ผิดของเต้านมเทียมเกิดขึ้นได้ ประการสำคัญคือ การเกิดพังผืดรัด (capsular contracture) รอบๆ ถุงซิลิโคน อาจทำให้คุณเจ็บ หรือเต้านมผิดรูปร่างได้ คุณจะได้รับการแนะนำอย่างเข้มงวดในการนวดอย่างสม่ำเสมอเพื่อการป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว
  2. มีอาการชาบริเวณที่หน้าอก และ หัวนมได้ ซึ่งจะหายไปได้เอง

การดูแลหลังการผ่าตัด และการพักฟื้น

  1. เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น และป้องกันการแข็งตัวเป็นแคปซูล หลังการผ่าตัด แพทย์จะใส่สายระบายน้ำและเลือดที่คั่งอยู่ภายในออกมาจากบริเวณหน้าอก ซึ่งจะพิจารณาให้เอาออกได้ประมาณ 3 วันหลังการผ่าตัด
  2. งดทำงานหนัก หรือออกกำลังกายหนักในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังจากการผ่าตัด
  3. ต้องสวมผ้ายืดรัดหน้าอกไว้จนกระทั่งแพทย์พิจารณาให้เอาออกได้
  4. คุณอาจรู้สึกตึงแน่น และปวดเมื่อยบริเวณหน้าอกเป็นเวลาสองสามวันหลังได้รับการผ่าตัด
  5. ประมาณหนึ่งสัปดาห์จึงตัดไหมผ่าตัด แต่ร่องรอยจากการผ่าตัดจะหายไปในเวลาสามถึงห้าสัปดาห์

ลดขนาดหน้าอกหญิง (Female breast reduction)

การที่มีหน้าอกใหญ่เกินไปอาจทำให้เกิดอาการปวดเต้านม ปวดไหล่ที่สายชุดชั้นในดึงรั้งนานๆ มีรอยแดงบริเวณที่เต้านมและเกิดจุดอับชื้นที่ฐานราวนม หรือ เกิดอาการปวดหลังเพราะหน้าอกหนักเกิน ปัญหาที่พบคือขนาดเต้านมมีขนาดใหญ่โดยเป็นเนื้อต่อมเต้านมล้วน ๆ มีลักษณะตั้งเต้าได้รูปทรงผิวหนังไม่หย่อนยานมาก มักเป็นในกลุ่มวัยรุ่น แต่ในผู้ที่อายุมาก หรือผ่านการมีบุตรมาหลายคนเนื้อเต้านมเหลวจะหย่อนยานและไม่เต่งตึง ทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นและคล้อยลงมากกว่าปกติ ซึ่งวิธีการแก้ไขให้ขนาดเต้านมเล็กลง ทำได้โดยการผ่าตัด ไม่ควรลดหรือยกเต้านม จนกว่าจะคลอดลูกคนสุดท้ายเสียก่อน เพราะเวลาตั้งครรภ์เต้านมจะเปลี่ยนรูปไปได้

ลดขนาดทรวงอกชาย (Male breast reduction)

ลดขนาดหน้าอกชาย ปัจจุบันปัญหาหน้าอกโตผิดปกติในผู้ชาย (Gynecomastia) สามารถพบได้ถึงร้อยละ 40-60 ของประชากรชาย สาเหตุยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนออกมาอาจเกิดจากโรคเรื้อรังหรือโรคทางต่อมไร้ท่อ ควรปรึกษาอายุรแพทย์ก่อน หรือในคนที่ดื่มเหล้าเป็นประจำควรหยุดดื่มเหล้าก่อน ในคนที่อ้วนมากควรลดน้ำหนักก่อน การแก้ไขเพื่อลดขนาดหน้าอกชาย ทำได้โดยการผ่าตัดเนื่องจากก้อนที่เต้านมในเพศชายมีขนาดได้ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่และบางครั้งอาจมีการหย่อนยานของผิวหนังเช่นเดียวกับเต้านมหย่อนยานของผู้หญิง รวมไปถึงความยืดหยุ่นของผิวหนังบริเวณเต้านมด้วย ดังนั้นเทคนิคการผ่าตัดอาจมีความแตกต่างกันได้หลายแบบ

ยกกระชับหน้าอก (Breast lift)

การผ่าตัดยกกระชับหน้าอกเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยหลังจากการลดน้ำหนัก, หลังการตั้งครรภ์ที่เต้านมขยายใหญ่และหดลง แต่ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้รู้สึกว่าเต้านมแกว่ง ขาดความกระชับ รวมไปถึงการมีตำแหน่งของปานนมและหัวนมต่ำลงไป หรือหัวนมชี้ลงข้างล่างมาก ก็สมควรได้รับการผ่าตัดเช่นนี้ โดยการยกกระชับหน้าอกนี้ไม่มีผลต่อการให้นมบุตร แต่ควรเลื่อนการผ่าตัดออกไปหากวางแผนจะมีบุตรเพิ่ม ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาใส่ถุงเต้านมเทียมเข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มปริมาตรเต้านมทำให้ได้รูปทรงสวยงามดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

การผ่าตัด และชนิดของยาระงับความรู้สึก

ลักษณะของแผลจะเป็นรูป "ตัว T หัวกลับ (inverted T incision)" โดยแผลผ่าตัดอยู่รอบปานนม เพื่อตกแต่งผิวหนังที่หุ้มเต้านมให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมกับตำแหน่งเต้านมใหม่ และตำแหน่งของหัวนมจะถูกจัดใหม่ให้สูงขึ้น จากนั้นจึงดึงผิวหนังเข้าหากันเพื่อเย็บปิดบาดแผล ด้วยวิธีการนี้จะทำให้เต้านมถูกยกกระชับขึ้นดังนั้นแผลตามแนวนอนจะซ่อนอยู่ใต้ราวนมบริเวณรอยพับ ทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน ส่วนใหญ่รอยแผลในแนวดิ่งและรอบปานนม ส่วนใหญ่จะหายโดยปราศจากแผลเป็นนูน การผ่าตัดยกกระชับทรวงอกเป็นการทำภายใต้การดมยาสลบ โดยระยะเวลาการผ่าตัดประมาณ 1-3 ชั่วโมง

การดูแลหลังการผ่าตัด และการพักฟื้น

  1. งดทำงานหนัก หรือออกกำลังกายหนักในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังจากการผ่าตัด
  2. ต้องสวมผ้ายืดรัดหน้าอก เพื่อประคองแผลผ่าตัดไว้ จนกระทั่งแพทย์พิจารณาให้เอาออกได้
  3. คุณอาจรู้สึกตึงแน่น และปวดเมื่อยบริเวณหน้าอกเป็นเวลาสองสามวันหลังได้รับการผ่าตัด
  4. แพทย์จะนัดมาถอดไหมออกและตรวจเต้านม อีกประมาณ 1 อาทิตย์ แต่ร่องรอยจากการผ่าตัดจะหายไปในเวลาสามถึงห้าสัปดาห์
  5. แผลผ่าตัดจะเห็นชัดในช่วงแรก เนื่องจากมีสีแดง และจางลงจนเหลือเป็นเพียงเส้นนูนสีขาวเมื่อเวลาผ่านไป และจะดีขึ้นตามลำดับภายใน 1 - 2 ปี
  6. หลังผ่าตัดเต้านม ด้านซ้ายและขวาอาจมีความแตกต่างกันได้บ้าง
  7. หลังการผ่าตัดคุณอาจรู้สึกชาบริเวณหัวนม อาการชานี้จะหายไปในเวลาหนึ่งถึงหกสัปดาห์ ในบางคนอาจใช้เวลาหนึ่งปีหรือมากกว่าเพื่อให้ความรู้สึกที่หัวนมกลับมาสมบูรณ์ 100%

การลดขนาดปานนม

หน้าอกของคุณผู้หญิงเป็นเรื่องที่สำคัญมากเรื่องหนึ่ง เพราะเป็นอวัยวะที่เสริมบุคลิกรูปร่างให้ดูดีขึ้นมาได้ และยังเป็นสิ่งดึงดูดใจในเพศตรงข้ามอีกด้วย แต่หากว่าเกิดมีปานนมขนาดใหญ่ตามด้วย มันย่อมไม่สวยแน่ ๆ วิธีที่จะช่วยให้เต้านมของคุณผู้หญิงสวยสมบูรณ์แบบได้นั้นคงต้องพึ่งการผ่าตัด ในบางคนที่ปานนมมีขนาดใหญ่อาจต้องผ่าตัดลดขนาดไปพร้อมกับการเสริมหน้าอกหรือการไม่แน่ใจในครั้งแรก อาจผ่าตัดเสริมหน้าอกไปก่อนแล้วหลังจากยุบบวมจึงมารับการผ่าตัดลดขนาดปานนมภายหลัง

ปานนม

คือส่วนผิวหนังสีเข้มที่อยู่รอบหัวนมเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เต้านมมีความสวยงามในผู้หญิงบางคนมีปัญหาเรื่องปานนมที่มีขนาดใหญ่มากหรือบางครั้งมีความนูนมาก ทำให้ถึงแม้เต้านมจะใหญ่ขึ้น แต่ก็ดูไม่สวยงาม การลดขนาดปานนม เป็นการผ่าตัดที่ไม่ยุ่งยาก แต่การตกแต่งให้ปานนมสวยขึ้นก็ทำให้เต้านมทั้งหมดดูดีขึ้นมาก ปานนมที่มีขนาดใหญ่ผิดสัดส่วนอาจพบในคนที่มาผ่าตัดยกกระชับเต้านมหรือลดขนาดเต้านมเนื่องจากเมื่อนมถูกลดขนาดไปมากจึงทำให้สัดส่วนของปานนมดูใหญ่ขึ้นโดยทั่วไปในการผ่าตัดลดขนาดเต้านมมักทำการผ่าตัดลดขนาดปานนมไปด้วยอยู่แล้วแต่บางครั้งอาจลดได้ไม่เพียงพอปานนมที่มีขนาดใหญ่อาจเป็นตั้งแต่กำเนิดหรือบางครั้งจะมีขนาดใหญ่ขึ้นหลังคลอดบุตรโดยทั่วไปปานนมที่มีขนาดใหญ่ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่มีผลในเรื่องความสวยงามเมื่อถอดเสื้อผ้าออกทำให้คนไข้ขาดความมั่นใจในตัวเองและไม่เชื่อมั่นในรูปร่างและสัดส่วนของตัวเอง

การผ่าตัดลดขนาดปานนม

ไม่แนะนำให้ทำพร้อมกับการเสริมหน้าอกเฉพาะคนที่มีปานนมใหญ่มากชัดเจน ในคนที่ไม่แน่ใจควรรอดูผลหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้วมารับการผ่าตัดที่คลินิก เพราะวิธีการผ่าตัดไม่ยุ่งยากสามารถทำโดยการฉีดยาชาและใช้เวลาไม่มากในการผ่าตัด ( ประมาณ 1 ชั่วโมง) และสามารถทำงานได้ในวันรุ่งขึ้นการผ่าตัดไม่มีผลต่อความรู้สึกของหัวนมและความสามารถในการให้นมบุตร

การแก้ไขหัวนมบอด

หัวข้อเกี่ยวกับหัวนมบอดนั้นมักไม่ค่อยนำมาพูดถึง ในวงสนทนาของพวกผู้หญิง หรือทางสื่อต่างๆ มากนัก ส่วนใหญ่ พวกเธอมักจะพูดกันแต่เรื่องการทำให้หน้าอก ใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง และวิธีการทำอย่างไรทำให้หน้าอกเต่งตึง ที่หยิบยกเอามาเป็นหัวข้อสนทนาบ่อยๆ แต่พบว่าผู้หญิงหลายๆ คนทีเดียวที่มีปัญหาเรื่องหัวนมบอด เห็นได้ชัดว่า หัวนมเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งของเต้านม ในฐานะที่เป็นจุดที่มองเห็นด่านหน้าของเต้านม ทั้งเป็น เครื่องมือ ดึงดูดเพศตรงข้าม และใช้สำหรับให้นมทารกสำหรับคุณแม่ สำหรับผู้หญิงแล้วการที่มีหัวนมบอดนั้น ทำให้พวกเธอขาดความมั่นใจในสรีระของตนเอง คิดว่าตนเองมีความไม่ปกติบางประการ ยิ่งถ้าเอาตนเองไป เปรียบเทียบกับนางแบบโชว์สรีระที่ร้อยทั้งร้อยมีแต่ที่มีหัวนมชูชันแล้ว ผู้หญิงหัวนมบอดบางคนถึงกับไม่กล้าแต่งงาน หรือมีเพศสัมพันธ์กับชายหนุ่ม เพราะว่าอาย ผู้หญิงหัวนมบอดบางคนเลือกที่จะผ่าตัดเพื่อแก้ไข อาการหัวนมบอด ที่ว่านี้ หัวนมบอด นั้นส่วนใหญ่จะเป็นกันมาแต่กำเนิด -ที่ผู้หญิงเกิดมาพร้อมกับลักษณะหัวนมแบบนั้น อย่างไรก็ตามผู้หญิง บางคนมามีหัวนมบอดในภายหลัง โดยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น จากการให้นมบุตรที่ไม่ถูกต้อง การมีแผลเป็นที่สร้างเนื้อเยื่อ รั้งท่อน้ำนมทำให้ดึงหัวนมเข้าข้างใน อาการหัวนมบอดนั้น โดยปกติมีสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ การมีพื้นที่ฐานหัวนมน้อยเกินไป ท่อน้ำนมสั้นกว่าปกติรั้งหรือหดตัวเข้าไป รวมทั้งการมีผังพืดรอบๆ ทำให้เกิดการดึงรั้งในหัวนม

วิธีการแก้ไขหัวนมบอด

จริงๆ แล้วการมี หัวนมบอด ไม่ใช่โรคร้าย หรือทำให้มีอันตรายใดๆ เพียงแต่ จะทำให้คุณผู้หญิงรู้สึกเป็นกังวล หรือขาดความมั่นใจไปบ้าง และสำหรับคุณผู้หญิงที่เป็นคุณแม่ก็จะประสบความยากลำบากในการให้นมบุตร ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษช่วยต่างๆ นา นา บางคนถึงกับถอดใจให้ลูกกินนมกระป๋องอย่างเดียว ซึ่งจะเป็นการตัดโอกาส ลูกของคุณให้ได้ดื่มนมแม่ ที่มีประโยชน์ที่สุด สร้างภูมิต้านทานให้ทารกและเสริมสร้างความใกล้ชิดระหว่างแม่กับลูก จริงๆ แล้ว อาการหัวนมบอดสามารถแก้ไขได้ ปัจจุบันมีวิธีการแก้ไขหัวนมบอดมีทางเลือก 2 วิธี หลักๆ คือ

  1. การแก้ไขโดยการผ่าตัด ต้องกระทำโดยแพทย์ศัลยกรรม โดยแพทย์จะทำการผ่าบริเวณรอบๆ หัวนม แล้วไปตัดท่อน้ำนมเส้นที่สั้น จากนั้นเลาะผังพืดลงออก แล้วสุดท้ายคือเย็บขึงให้หัวนมตั้ง ทั้งนี้การผ่าตัดอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบตามมาหากแพทย์ที่ทำการผ่าตัดไม่มี ความสามารถดีพอ หัวนม อาจจะเห็นเป็นรอยเย็บ หรือ รอยแผลเป็นจากการผ่าตัดคีรอยด์ หรือที่ร้ายแรงที่สุดการผ่าตัดที่มี การผ่าท่อน้ำนม อาจจะทำให้ท่อน้ำนมปิดปกติ ไม่สามารถให้นมบุตรได้อย่างถาวร
  2. การแก้ไขโดยไม่ต้องผ่าตัด สำหรับรายที่อาการหัวนมบอดไม่รุนแรงมากนัก ระดับ 1 หรือ 2 การแก้ไขสามารถทำได้ด้วยตนเองโดยการดึงหัวนมแบบที่เรียกว่า Hoffman’s โดยวางด้านข้าง ของนิ้วโป้ง และนิ้วชี้ ข้างๆ หัวนมแล้วพยายามดึงแยกออกจากกัน ทำอย่างนี้ซ้ำๆ กัน วันละสองครั้งเช้าเย็นหลังอาบน้ำ ให้ทำทุกวันติดต่อกัน คุณผู้หญิงต้องมุ่งมั่นและอดทนเพราะวิธีนี้จะใช้เวลานานซักนิดนึง บางรายอาจจะใช้เวลา นานเป็นปี ๆ กว่าจะเห็นผล มีหัวนมยื่นออกมาอย่างถาวร
Top
facebook